คำค้นยอดฮิต: ข้าวเหนียวมะม่วง ของขวัญออแกนิค ผลไม้สด
TH | EN
฿ 0.00
บ้านนอก Story
บ้านนอก Story ตำบลบ่อทอง อำเภอทองแสนขัน จังหวัดอุตรดิตถ์
Image
Image
Image
Image
สภาพอากาศวันนี้
อยู่ในเวลาปิดทำการ
วันเวลาทำการ
• วันอาทิตย์
: 09:00 น. - 16:00 น.
• วันจันทร์
: 09:00 น. - 16:00 น.
• วันอังคาร
: 09:00 น. - 16:00 น.
• วันพุธ
: 09:00 น. - 16:00 น.
• วันพฤหัสบดี
: 09:00 น. - 16:00 น.
• วันศุกร์
: 09:00 น. - 16:00 น.
• วันเสาร์
: 09:00 น. - 16:00 น.
หมายเหตุ
: -
แผนที่และพิกัดที่ตั้ง
คะแนนรีวิว
0
ความพร้อมสถานที่
0
ความคุ้มค่า
0
การให้บริการ
0
อ่านทั้งหมด >
รายละเอียด
บ้านนอก Story
จุดเริ่มต้น กว่าจะมาเป็นบ้านนอก story เริ่มจากสิ่งที่ชอบ และนำสิ่งที่ชอบนั้นมาสร้างรายได้ให้ได้
สิ่งที่ชอบของพวกเราคือ ความเป็นบ้านๆ ความเป็นชนบท และอยู่กับธรรมชาติ นี่คือจุดแข็งอย่างแรกที่เรามั่นใจ
ว่าพวกเราจะอยู่กับสิ่งๆนี้ไปได้ตลอด แม้อาจจะไม่มีรายได้เกิดขึ้นเลยก็ตาม
เลยเลือกที่จะกลับมาพิสูจน์ตัวเองที่บ้านเกิด ว่าพวกเราจะยังมีความเชื่อที่แรงกล้า พอที่จะฝ่าฟันอุปสรรค
และความเป็นชนบทที่แท้จริงได้หรือไม่ ก่อนเปิดร้านบ้านนอก สตอรี พวกเราได้ ออกไปหาประสบการณ์
คือการไปออกบูธขายกาแฟ 8 เดือน เพื่อปรับสูตรและเมล็ดกาแฟที่ให้เป็นตัวเองมากที่สุด
และเดินทางทั่วประเทศไทย อีก 2 เดือน เพื่อหาไอเดียใหม่ๆ รสชาติใหม่ๆ
ความรู้เรื่องกาแฟ และประสบการณ์ มุมมองเกี่ยวกับการทำธุรกิจเล็กๆ พวกเราใช้เวลาเรียนรู้ กัน 1 ปีเต็ม
กว่าจะมาเป็นร้านบ้านนอก สตอรี แน่นอนว่า เมื่อเรามาทำร้าน จุดที่เป็นจุดขายและเป็นเอกลักษณ์คือ
ใช้ของที่มีอยู่แล้วในพื้นที่ เช่นไม้ ต้นไม้ วัสดุที่หาได้ตามบ้านนอก ที่ผู้คนหรือชาวบ้านไม่เห็นคุณค่า
นำกลับมาดัดแปลง ในไอเดียที่เรามี ลดวัสดุสิ้นเปลือง แถมยังได้ใช้ประโยชน์จากธรรมชาติแบบสูงสุด
อยู่ร่วมกับธรรมชาติได้อย่างยั่งยืน ร้านของเราก็เลยจะมีวัสดุที่มาจากธรรมชาติ เป็นหลัก
และร้านของเรา ยังเน้นไปที่การ ให้ลูกค้าได้อยู่แบบ OUT DOOR อยู่กับธรรมชาติ ฟังเสียงนก
สัมผัสอากาศที่บริสุทธิ์ อย่างน้อย ก็เพื่อบำบัดความเครียด เพื่อให้สมองได้ปลอดโปร่ง
เพราะฉะนั้น ร้านของเรา เป็นร้านที่สร้างขึ้นมาเพื่อให้ลูกค้า เข้ามาผ่อนคลาย
และได้รับเครื่องดื่มและอาหารที่อร่อย ในทุกๆเมนู ที่สำคัญคือได้ความสบายใจ
ที่มาเยือน ณ ร้านของเรา เพราะเราให้ความสำคัญ กับการบริการ และ รสชาติของอาหารเป็นหลัก
สุดท้ายนี้ การเปิดร้านเล็กๆข้างบ้าน เป็นเพราะทุนของเรามีจำกัด จึงต้องทำร้านเล็ก เพื่อไปสร้างร้านใหญ่
เพราะเรามีฝันที่ใหญ่กว่านี้มาก และหวังว่าทุกคนที่ชอบความเป็น บ้านนอก สตอรี ฉบับ โฮม ทาวน์
แบบชนบท จะสนับสนุนและให้กำลังใจพวกเรา ได้ทำฝันให้สำเร็จ
ขอบคุณครับ
ประวัติความเป็นมา
บ้านนอก Story จุดเริ่มต้น กว่าจะมาเป็นบ้านนอก story เริ่มจากสิ่งที่ชอบ และนำสิ่งที่ชอบนั้นมาสร้างรายได้ให้ได้ สิ่งที่ชอบของพวกเราคือ ความเป็นบ้านๆ ความเป็นชนบท และอยู่กับธรรมชาติ นี่คือจุดแข็งอย่างแรกที่เรามั่นใจ ว่าพวกเราจะอยู่กับสิ่งๆนี้ไปได้ตลอด แม้อาจจะไม่มีรายได้เกิดขึ้นเลยก็ตาม เลยเลือกที่จะกลับมาพิสูจน์ตัวเองที่บ้านเกิด ว่าพวกเราจะยังมีความเชื่อที่แรงกล้า พอที่จะฝ่าฟันอุปสรรค และความเป็นชนบทที่แท้จริงได้หรือไม่ ก่อนเปิดร้านบ้านนอก สตอรี พวกเราได้ ออกไปหาประสบการณ์ คือการไปออกบูธขายกาแฟ 8 เดือน เพื่อปรับสูตรและเมล็ดกาแฟที่ให้เป็นตัวเองมากที่สุด และเดินทางทั่วประเทศไทย อีก 2 เดือน เพื่อหาไอเดียใหม่ๆ รสชาติใหม่ๆ ความรู้เรื่องกาแฟ และประสบการณ์ มุมมองเกี่ยวกับการทำธุรกิจเล็กๆ พวกเราใช้เวลาเรียนรู้ กัน 1 ปีเต็ม กว่าจะมาเป็นร้านบ้านนอก สตอรี แน่นอนว่า เมื่อเรามาทำร้าน จุดที่เป็นจุดขายและเป็นเอกลักษณ์คือ ใช้ของที่มีอยู่แล้วในพื้นที่ เช่นไม้ ต้นไม้ วัสดุที่หาได้ตามบ้านนอก ที่ผู้คนหรือชาวบ้านไม่เห็นคุณค่า นำกลับมาดัดแปลง ในไอเดียที่เรามี ลดวัสดุสิ้นเปลือง แถมยังได้ใช้ประโยชน์จากธรรมชาติแบบสูงสุด อยู่ร่วมกับธรรมชาติได้อย่างยั่งยืน ร้านของเราก็เลยจะมีวัสดุที่มาจากธรรมชาติ เป็นหลัก และร้านของเรา ยังเน้นไปที่การ ให้ลูกค้าได้อยู่แบบ OUT DOOR อยู่กับธรรมชาติ ฟังเสียงนก สัมผัสอากาศที่บริสุทธิ์ อย่างน้อย ก็เพื่อบำบัดความเครียด เพื่อให้สมองได้ปลอดโปร่ง เพราะฉะนั้น ร้านของเรา เป็นร้านที่สร้างขึ้นมาเพื่อให้ลูกค้า เข้ามาผ่อนคลาย และได้รับเครื่องดื่มและอาหารที่อร่อย ในทุกๆเมนู ที่สำคัญคือได้ความสบายใจ ที่มาเยือน ณ ร้านของเรา เพราะเราให้ความสำคัญ กับการบริการ และ รสชาติของอาหารเป็นหลัก สุดท้ายนี้ การเปิดร้านเล็กๆข้างบ้าน เป็นเพราะทุนของเรามีจำกัด จึงต้องทำร้านเล็ก เพื่อไปสร้างร้านใหญ่ เพราะเรามีฝันที่ใหญ่กว่านี้มาก และหวังว่าทุกคนที่ชอบความเป็น บ้านนอก สตอรี ฉบับ โฮม ทาวน์ แบบชนบท จะสนับสนุนและให้กำลังใจพวกเรา ได้ทำฝันให้สำเร็จ
ลักษณะเด่น
ใช้ของที่มีอยู่แล้วในพื้นที่ เช่นไม้ ต้นไม้ วัสดุที่หาได้ตามบ้านนอก ที่ผู้คนหรือชาวบ้านไม่เห็นคุณค่า นำกลับมาดัดแปลง ในไอเดียที่เรามี ลดวัสดุสิ้นเปลือง แถมยังได้ใช้ประโยชน์จากธรรมชาติแบบสูงสุด อยู่ร่วมกับธรรมชาติได้อย่างยั่งยืน ร้านก็เลยจะมีวัสดุที่มาจากธรรมชาติ เป็นหลัก และ ยังเน้นไปที่การ ให้ลูกค้าได้อยู่แบบ OUT DOOR อยู่กับธรรมชาติ ฟังเสียงนก สัมผัสอากาศที่บริสุทธิ์ อย่างน้อย ก็เพื่อบำบัดความเครียด เพื่อให้สมองได้ปลอดโปร่ง
ที่มาข้อมูล
Thailand Tourism Directory
ข้อมูลแนะนำ
ราคาค่าเข้าชม
• ราคาค่าเข้าชม: ไม่มีค่าใช้จ่าย
• หมายเหตุ : -
รีวิว (0)
0
จาก 5.0
ความพร้อมสถานที่
ความคุ้มค่า
การให้บริการ
แนะนำแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตรที่คล้ายกัน
โบสถ์คริสต์บ้านซ่งแย้ ตั้งอยู่ที่อำเภอไทยเจริญ จังหวัดยโสธร มีประวัติเล่าสืบกันมาว่าในปี ค.ศ.1908 มีผู้หนีตายอพยพจากที่ต่าง ๆ กัน เข้ามาอาศัยอยู่ในพื้นที่นี้รวม 5 ครอบครัว ซึ่งหนีมาด้วยสาเหตุเดียวกัน คือ ถูกกล่าวหาว่าเป็นผีปอบ ชาวบ้านในหมู่บ้านจึงรุมทำร้ายและขับไล่ เป็นโบสถ์หลังที่ 4 วางแผนก่อสร้างปี ค.ศ. 1936 ชาวบ้านพากันรวบรวมไม้ ลงมือสร้างปี ค.ศ. 1947 ตัวโบสถ์รูปทรงที่สร้างขึ้นมีลักษณะแบบศิลปะไทย กว้าง 16 เมตร ยาว 57 เมตร จัดเป็นโบสถ์ไม้ที่ใหญ่ที่สุด ในประเทศไทย ใช้แผ่นไม้เป็นแป้นมุง หลังคา 80,000 แผ่น ใช้เสาขนาดต่างๆกันถึง 360 ต้น ส่วนใหญ่เป็นเสาไม้เต็ง เสาในแถวกลางมีขนาดใหญ่ยาวที่สุดมี 260 ต้น สูงจากพื้นดินกว่า 10 เมตร พื้นแผ่นกระดานเป็นไม้แดงและไม้ตะเคียนขนาดใหญ่ ม้านั่งไม้จุคนได้กว่าพันคน ระฆังโบสถ์มีเส้นผ่าศูนย์กลางเกือบ 2 ฟุต อยู่ในหอระฆังสูงที่สร้างแบบหอระฆังตามวัดไทยทั่วไป แต่แปลกตรงที่แยกต่างหากจากโบสถ์ และเนื่องจากไม้ที่ได้รวบรวมมามีจำนวนมาก จึงได้นำไม้ที่เหลือมาสร้างโรงเรียนบ้านซ่งแย้พิทยา ข้อมูลและรูปภาพจากเว็บไซต์ : http://www.yasothon.go.th/web/file/menu4.html
ยโสธร
ฟาร์มเมล่อนคุณภาพ สะอาด ปลอดภัย ใส่ใจทุกการผลิต ด้านในประกอบด้วย ร้านอาหาร คาเฟ่ ร้านขายของที่ระลึก สวนเมล่อน ครบวงจรในที่เดียว
สระบุรี
เรือนผักกูดเเป็นที่ตั้งของชมรมท่องเที่ยวเกษตรช้างกลาง เป็นศูนย์ประสานงานแหล่งท่องเที่ยวเกษตรและเครือข่ายแหล่งท่องเที่ยวเกษตรในกิ่งอำเภอช้างกลาง มีห้องประชุม ห้องพักและลานกิจกรรมไว้บริการ
นครศรีธรรมราช
ผลไม้ตามฤดูกาล รับรองความอร่อย ปลอดภัยไร้สารเคมี
ระยอง
ศูนย์ศึกษาพัฒนาการสังคมหมู่บ้าน(วนเกษตร) หรือ บ้านศานติธรรม ภายในอาณาบริเวณเกือบ 10 ไร่ มีพันะุ์ไม้กว่า 700-800 ชนิด เป็นสมุนไพรรักษาโรคต่างๆ ภายในมีเรือนไม้แบบไทยมุงด้วยกระเบื้องว่าว ใต้ถุนสูงสำหรับประชุมหรือบรรยาย ชั้นบนใช้เก็บและแสดงเครื่องมือเครื่องใช้พื้นบ้านวัตถุโบราณ ของใช้รุ่นเก่าต่างๆ ด้านหลังบ้านมียุ้งข้าวจำลองและอุปกรณ์นวดข้าว สีข้าว บริเวณบ้านส่วนหนึ่งจัดไว้เป็นที่สำหรับตั้งค่ายพักแรมสำหรับเยาวชน มีลานสันทนาการ และบริเวณทำกิจกรรม สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ คุณวิบูลย์ เข็มเฉลิม
ฉะเชิงเทรา
ศูนย์ภูมิรักษ์ธรรมชาติ จ.นครนายก การมาเที่ยวชมศูนย์ฯ แห่งนี้ไม่มีค่าใช้จ่าย เว้นแต่ว่ามากันเป็นหมู่คณะ และต้องการทำกิจกรรมต่างๆ ที่ทางศูนย์ฯ ได้จัดขึ้น ที่นี่เป็นแหล่งเรียนรู้ชั้นเลิศ ที่จะทำให้เข้าใจเรื่องราวของคำว่า "พอเพียง" และการใช้ทรัพยากรอย่างไรให้ได้ประโยชน์และรู้คุณค่ามากที่สุด การเดินเที่ยวชมที่แห่งนี้ เดินชมได้เป็นลักษณะคล้ายวงกลม โดยเริ่มจาก โซนภาคเหนือ ตื่นตาไปกับการปลูกไม้ไผ่ชนิดต่างๆ สองข้างทาง รวมทั้งความน่ารักของสะพานไม้ไผ่ บ้านที่สร้างจากไม้ไผ่ริมสระบัว และเครื่องเล่นที่ทำจากไม้ไผ่ ที่จัดแสดงแบบนี้ เป็นเพราะต้องการให้ได้รู้ว่าไม้ไผ่สามารถทำประโยชน์อะไรได้มากมาย รวมทั้งทำรางหยดน้ำ เพื่อใช้รดน้ำต้นไม้และรดดินแทนคนอีกด้วย เดินขึ้นไปตามภูเขาก้อนเล็กๆ เรียนรู้เรื่องภูเขาป่า การตะบันน้ำ คือ การที่ใช้น้ำอัดน้ำขึ้นที่สูงแทนการใช้เครื่องปั๊มน้ำ ระบบป่าเปียกกันไฟ ประโยชน์ของหญ้าแฝก และการทำฝายชะลอความชุ่มชื้น เดินต่อไปยัง โซนภาคกลาง เรียนรู้เรื่องการเกษตรทฤษฎีใหม่ เพื่อให้เกษตรกรได้ใช้ประโยชน์จากพื้นที่ของตัวเองอย่างคุ้มค่า เรียนรู้การสร้างบ้านดิน และเรื่องสมุนไพรนานาชนิด แล้วก็เดินไปยัง โซนภาคตะวันออกเฉียง เหนือ ชมธนาคารข้าว เรียนรู้เรื่องการสีข้าว การเลี้ยงปศุสัตว์ แอบเห็นวัวตัวเบ่อเริ่มอยู่ในคอกด้วย การทำปุ๋ยหมักไว้ใช้เอง จะได้ไม่ต้องซื้อปุ๋ยเคมี และได้เรียนรู้เรื่องการห่มดิน จากที่พื้นที่ที่ไม่มีดิน ต้องใช้วิธีห่มดิน เพื่อให้ได้ดินดีๆ กลับมาปลูกพืชผัก แต่จะทำอย่างไร อยากให้ไปเรียนรู้ด้วยตัวเองจะดีที่สุด สุดท้ายไปยัง โซนภาคใต้ ไปดูการเผาถ่านที่ทำจากไม้ไผ่ การทำน้ำมันไบโอดีเซล และเรียนรู้โครงการแก้มลิง นอกจากนี้ตลอดภายในศูนย์ฯ ฉันเห็นว่าจะมีร่องน้ำขนาดใหญ่และเล็กตลอดเส้นทาง มีสระน้ำ มีแปลงเกษตรปลูกพืชผัก มีกังหันน้ำชัยพัฒนา มีการปลูกหญ้าแฝกในน้ำ และอื่นๆ อีกมากมาย จบการเดินเที่ยวชม ที่รับสาระความรู้และความเพลิดเพลินเดินอย่างไม่รู้เหนื่อยกันไป เดินชม ตาดู หูฟังและปากถามเจ้าหน้าที่ไม่ลดละ เพียงเพราะว่าสิ่งที่เราคิดว่า ‘เรารู้' กลายเป็นสิ่งที่เราไม่เคยรู้มาก่อน นั่นเป็นเพราะความเคยชินกับโครงการต่างๆ หรือทฤษฎีต่างๆ แต่ไม่เคยปฏิบัติหรือมาสัมผัสจริง การเดินทาง : จากแยกรังสิต ไปทาง อ.องครักษ์ มุ่งหน้าไปใช้เส้นนครนายก-น้ำตกนางรอง ผ่านวังตะไคร้ ก่อนถึงน้ำตกนางรอง 2 กิโลเมตร เลี้ยวขวาเข้าโครงการเขื่อนขุนด่านปราการชล ตรงไปอีกประมาณ 3 กิโลเมตร ถึงวงเวียน (มีรูปปั้นช้าง) วนขวาข้ามสะพาน ถึงสี่แยกเลี้ยวขวาตรงไปอีก 200 เมตร ศูนย์ฯ จะอยู่ทางซ้ายมือ
นครนายก
ศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาอาชีพการเกษตรจังหวัดจันทบุรี เป็นหน่วยงานของกรมส่งเสริมการเกษตร มีหน้าที่ให้บริการความรู้ และฝึกอาชีพด้านการเกษตรแก่เกษตรกรและผู้สนใจทั่วไป เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตรและแหล่งศึกษาดูงานด้านการเลี้ยงและแมลงเศรษฐกิจ การแปรรูปผลิตภัณฑ์ผึ้งและชันโรง และการเกษตรตามแนวเศรษฐกิจพอเพียง โดยมีจุดเรียนรู้ต่างๆ ภายในศูนย์ ดังนี้ - จุดเรียนรู้การเลี้ยงผึ้งพันธุ์ - จุดเรียนรู้การเลี้ยงผึ้งโพรง - จุดเรียนรู้การเลี้ยงผึ้งชันโรง - จุดเรียนรู้การเลี้ยงจิ้งหรีด - จุดเรียนรู้การแปรรูปผลิตภัณฑ์ผึ้ง และผึ้งชันโรง - จุดเรียนรู้การเกษตรตามแนวเศรษฐกิจพอเพียง (การปลูกพืชผักในภาชนะ การเพาะเห็ดนาฟ้า ) โปรแกรมการท่องเที่ยว สามารถท่องเที่ยวได้ตลอดทั้งปี เส้นทางเชื่อมโยงกับแหล่งท่องเที่ยวอื่น ๆ (พร้อมระยะทาง/กม.) - ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรจันทบุรี (ทุ่งเพล) ระยะทาง 21 กม. - ศูนย์พัฒนาไม้ผลตามพระราชดำริจังหวัด จันทบุรี ระยะทาง 24 กม. - สำนักวิจัยและพัฒนาการเกษตร เขตที่ 6 จันทบุรี ระยะทาง 25 กม. - ศูนย์ศึกษาการพัฒนาอ่าวคุ้งกระเบน อันเนื่องมาจากพระราชดำริ ระยะทาง 48 กม. - ศูนย์การเรียนรู้ชุมชนบ้านปัถวี ระยะทาง 5 กม. สินค้าวิสาหกิจชุมชนในชุมชน - น้ำผึ้ง - น้ำผึ้งชันโรง - ผลิตภัณฑ์แปรรูปจากผึ้งและผึ้งชันโรง (สบู่น้ำผึ้ง แชมพูน้ำผึ้งสมุนไพร ไขผึ้งสมุนไพร ลิบบาล์มไขผึ้ง โลชั่นโปรโปลิส ครีมนมผึ้ง)
จันทบุรี
สวนโบราณ 200 ปี เป็นสวนที่มีการใช้ทรัพยากรที่มีอยู่ให้เกิดประโยชน์สูงสุดในระยะยาว เพื่อคนจำนวนมากที่สุด สวน 200 ปี ตั้งอยู่เลขที่ 5 หมู่ที่ 11 ตำบลแหลมทราย อำเภอหลังสวน จังหวัดชุมพร ห่างจากตลาดหลังสวนราว 2 กิโลเมตร ผู้ที่ดูแลสวนอยู่ในปัจจุบันคือ คุณลุงสำเริง รัชเวทย์ ทายาทช่วงที่ 4 ของตระกูล สวน 200 ปี เป็นสวนเบญจพรรณ คือปลูกไม้ผลหลายๆ ชนิดรวมกัน โดยไม่ได้แบ่งเขต แบ่งโซน ชนิดของไม้ผลมีทุเรียนพื้นบ้าน มังคุด เงาะพื้นบ้าน ลางสาด หมาก มะพร้าว จันทน์เทศ สะตอ ลูกเนียง ละมุด จำปา ขนุน มะไฟ กล้วย ไผ่ พืชผักสวนครัว สมุนไพรต่างๆ สำหรับการบำรุงรักษา อาศัยธรรมชาติเป็นหลัก ปราศจากการใช้ปุ๋ยเคมีเพื่อเร่งการเจริญเติบโต การบำรุงดินทำโดยเลี้ยงหญ้าบำรุงดิน ช่วยให้ดินมีความชุ่มชื้นตลอดปี ส่วนปุ๋ยเป็นปุ๋ยจากธรรมชาติ เป็นวัฏจักรหมุนเวียน เช่น ใบไม้ และซากพืชล้มลุกที่ทับถมตลอดปี ส่วนการป้องกันกำจัดศัตรูพืช มีนก กระรอก กระแต คอยจับกินหนอน แมลง เป็นอาหาร ต้นทุนในการดูแลสวน แยกออกได้เป็นส่วนๆ คือ เมื่อถึงฤดูเก็บเกี่ยวผลผลิต ต้องจ้างแรงงานถางหญ้าบ้าง โดยเฉพาะโคนต้นเพื่อให้การเก็บเกี่ยวได้สะดวก ส่วนต่อมาคือถางบริเวณที่จะปลูกต้นไม้ซ่อมแซมลงไป
ชุมพร
ขายอินทผลัมผลสด,แห้ง ขายต้นพันธ์(เนื้อเยื่อ) รับปลูก,ระบบน้ำอัตโนมัติ รับทำสวนทั้งระบบ
อุบลราชธานี
ผลิตและจำหน่าย ผักปลอดสารพิษ มากกว่า 50ชนิด และยังเปิดให้ความรู้สำหรับผู้ที่สนใจปลูกผัก นอกจากผักสดแล้วยังมีกาแฟสด อุปกรณ์เพาะปลูกขายด้วย ไม่ว่าจะเป็น เมล็ดพันธุ์ ดินเพาะ ดินปลูก ถาด กระถาง รวมถึงฮอร์โมนนมสด
สระบุรี
Rayong Smile Plants ศูนย์การเรียนรู้พืชกินแมลงจังหวัดระยอง แหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตร Young Smart Farmer ที่ควรไปสักครั้งในชีวิต ตั้งอยู่ในต.นาตาขวัญ อ.เมืองระยอง เป็นศูนย์รวบรวมพันธุ์หม้อข้าวหม้อแกงลิงกว่า 500 สายพันธุ์
ระยอง
หากใครกำลังมองหาที่พักผ่อนหย่อนใจจากการทำงานอย่างหนักหน่วงตลอดทั้งสัปดาห์ ขอเชิญชวนมาท่องเที่ยวชมสวนดอกไม้ ชื่นชมกับธรรมชาติ รับประทานอาหารอร่อย ดื่มกาแฟหอมๆ ถ่ายรูปเล่นมีรถรับส่งเข้าชมไร่
กำแพงเพชร